
ย้ายมาใหม่ เจอ “รับน้องสยองขวัญ”! ลูกน้องเร่งให้เซ็นงานค้าง (ที่แอบทุจริตกันไว้) จนโดน ป.ป.ช. หางเลขไปด้วย… ทางรอดของ “แพะรับบาป” อยู่ตรงไหน?
เป็นฉากทัศน์ที่เจอบ่อยมากในวงการท้องถิ่นครับ… ท่านปลัดฯ (หรือ ผอ.กอง) เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน ยังจำชื่อลูกน้องได้ไม่ครบเลย
จู่ๆ เจ้าหน้าที่พัสดุคนเดิม เดินถือแฟ้มหนาปึ้กเข้ามาด้วยสีหน้าเร่งรีบ “ท่านครับ/ค่ะ อันนี้โครงการ… งานค้างจากท่านเก่าครับ ผู้รับเหมาส่งงานแล้ว เร่งเบิกจ่ายครับ เดี๋ยวเงินตกงบประมาณ รบกวนท่านเซ็นอนุมัติหน้าฎีกาหน่อยครับ เอกสารข้างในผมตรวจสอบหมดแล้ว”
ด้วยความที่เป็นคนใหม่ ไม่อยากขัดลูกน้อง เห็นเขาบอกตรวจแล้ว และเป็นงานเร่งด่วน ก็เลยจรดปากกาเซ็น “แกร๊ก” ลงไปตามอำนาจหน้าที่…
หารู้ไม่ว่า! โครงการนั้นเขาทุจริตกันมาตั้งแต่ต้นน้ำแล้ว! (ฮั้วประมูล หรือสร้างไม่ตรงสเปก)
💥 ผลที่ตามมา: พอเรื่องแดงขึ้นมา ป.ป.ช. ไม่ได้เรียกแค่คนเก่าครับ แต่เรียก “คนที่มีชื่อในเอกสารทุกคน” รวมถึงท่านที่เพิ่งมาเซ็นปิดท้ายด้วย ข้อหาหนักคือ “ร่วมกันทุจริต”
แล้วจะสู้อย่างไร? ในเมื่อลายเซ็นมันทนโท่!
ในทางกฎหมาย ทางรอดของเคสนี้คือการพิสูจน์เรื่อง “การขาดเจตนาทุจริต (Mens Rea)” แบบสุดตัวครับ ท่านต้องสู้ให้ศาลเห็นว่า:
- “เพิ่งมาจริง”: เอาคำสั่งย้ายมายืนยันว่าช่วงที่มีการทุจริตริเริ่มโครงการ ท่านไม่ได้อยู่ตรงนั้น
- “ไม่มีส่วนได้เสีย”: พิสูจน์ว่าไม่รู้จักผู้รับเหมา ไม่เคยได้รับเงินทอนใดๆ
- “เซ็นเพราะหลงเชื่อตามหน้าที่”: นี่คือจุดสำคัญที่สุด ท่านเซ็นไปเพราะเชื่อในการตรวจสอบกลั่นกรองของเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่ทำเสนอขึ้นมาตามลำดับขั้น ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะร่วมโกงกับเขา
สรุป: การเซ็นโดยไม่ตรวจให้ดี อาจจะผิดวินัยฐาน “ประมาทเลินเล่อ” ครับ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ตั้งใจโกง คดีอาญาก็ยังมีโอกาสรอดสูงครับ
“จำไว้นะครับ ย้ายไปที่ใหม่ ‘ช้าได้ช้า’ ครับ อย่าเกรงใจลูกน้องจนเอาคอตัวเองขึ้นเขียงครับ!”
