
“ช็อกซีนีม่า” สุดๆ ครับ สำหรับข้าราชการที่ทำงานแทบตาย สุดท้ายโดน ป.ป.ช./ป.ป.ท. ชี้มูลความผิดอาญา (เช่น ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) แต่ในสำนวนกลับระบุว่า “ไม่มีเจตนาทุจริต” (คือทำพลาด ทำผิดระเบียบ แต่ไม่ได้โกงเงินเข้ากระเป๋าแม้แต่บาทเดียว)
คำถามที่ทุกคนสับสนจนนอนไม่หลับคือ… “ไม่ได้โกง… แล้วฉันต้องโดนไล่ออกด้วยเหรอ?”
ตั้งสติ แล้วรับฟังความจริงที่น่ากลัว (แต่จำเป็น) ก่อนครับ
ตามกฎหมาย ป.ป.ช. (มาตรา 98) เมื่อเขาชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงส่งมาแล้ว… กฎหมายเขียน “ล็อกคอ” ต้นสังกัดไว้ว่า:
“ผู้บังคับบัญชาต้องถือเอารายงานของ ป.ป.ช. เป็นสำนวนการสอบสวนทางวินัย… และสั่งลงโทษภายใน 30 วัน โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก”
พูดภาษาคนทำงานคือ ต้นสังกัดแทบจะ “ไม่มีอำนาจ” ไปตั้งกรรมการสอบใหม่เพื่อหักล้างข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. ได้เลยครับ (เหมือนโดนดาบอาญาสิทธิ์จ่อคอมา) ทำให้ผู้ใหญ่ในกระทรวง/กรม หลายแห่ง เลือกที่จะ “เพลย์เซฟ” ด้วยการหลับตาสั่ง ไล่ออก/ปลดออก ไปก่อนตามที่ ป.ป.ช. ชงมา เพราะกลัวโดน ม.157 เสียเอง
แต่! อย่าเพิ่งหมดหวัง… จุดเปลี่ยนชีวิตอยู่ที่คำว่า “ไม่ทุจริต” ครับ! นี่คือ “ไพ่ใบสุดท้าย” ในมือครับ
แม้ต้นสังกัดจะมือถูกมัด… แต่ “ศาลปกครอง” ไม่ได้ถูกมัดด้วยครับ! มีแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหลายคดีวางบรรทัดฐานว่า หากการกระทำนั้น “ไม่มีเจตนาทุจริต” การลงโทษถึงขั้น “ประหารชีวิตทางราชการ” (ไล่ออก) อาจถือว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินสัดส่วนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สรุปสั้นๆ: ต้นสังกัดอาจจำใจต้องสั่งลงดาบท่านในยกแรก… แต่เวทีที่ท่านจะทวงคืนความยุติธรรมและเก้าอี้คืนได้ คือการฟ้องเพิกถอนคำสั่งที่ “ศาลปกครอง” ครับ
“ถ้ามั่นใจว่ามือสะอาด ไม่ได้โกง… อย่าเพิ่งยอมแพ้ ปรึกษาทนายแล้วเตรียมสู้ในยกต่อไปทันทีครับ”

