
ป.ป.ช. เรียกให้ถ้อยคำ… ไปคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ หรือควรพาที่ปรึกษากฎหมายไปนั่งประกบ? (ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องรู้)
“เขาเรียกไปสอบ… เอาทนายไปด้วย = ร้อนตัว/มีพิรุธ” จริงหรือ? : ความเชื่อผิดๆ ที่ส่งคนบริสุทธิ์เข้าคุกมาเยอะแล้ว!
ข้าราชการไทยที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องสอบสวนที่บรรยากาศกดดัน โดยมีเงาหรือมือของคณะผู้ไต่สวนรุมล้อม สื่อถึงความเสียเปรียบเมื่อไม่มีตัวช่วย
ได้รับหนังสือเรียกจาก ป.ป.ช./ป.ป.ท. ทีไร คำถามแรกที่แวบเข้ามาในหัวทุกคนคือ “ไปคนเดียว หรือพาหนังสือมีชีวิต (ทนาย) ไปด้วยดี?”
หลายคนเลือกไปคนเดียว เพราะคิดว่า “เราบริสุทธิ์ใจ จะกลัวอะไร” หรือ “ขืนเอาทนายไป เขาจะยิ่งเพ่งเล็งหาว่าเราร้อนตัว”
ตื่นครับ! นี่คือความคิดที่เสี่ยงคุกที่สุด
ความจริงที่ต้องรู้ : ห้องไต่สวนไม่ใช่ห้องรับแขกครับ มันคือ “สมรภูมิ”
เจ้าหน้าที่ไต่สวนเขาคือ “มืออาชีพ” ที่ถูกฝึกมาเพื่อจับพิรุธและไล่ต้อนด้วยคำถามจิตวิทยา… ส่วนคุณคือ “มือสมัครเล่น” ที่กำลังตื่นตระหนก
การที่คุณเข้าไปคนเดียว เท่ากับคุณกำลังเดินเข้าถ้ำเสือมือเปล่า คุณจะไม่รู้เลยว่า:
คำถามไหนเป็น “กับดัก” ที่ตอบแล้วมัดตัวเอง
คำถามไหน “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ที่คุณมีสิทธิไม่ตอบ
และที่สำคัญ… สิทธิในการมีที่ปรึกษากฎหมาย คือสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่เครื่องหมายของคนผิด!
เลิกกลัวที่จะป้องกันตัวเองครับ! การมีทนายความมืออาชีพโดยเฉพาะทนายคดีอาญาทุจริตประกบไปด้วย ไม่ใช่การ “ร้อนตัว” แต่คือการ “เตรียมพร้อมอย่างฉลาด”
ทนายคือกำแพงกันชนที่จะคอยเบรกคำถามที่ไม่เป็นธรรม คอยเตือนสติก่อนคุณจะหลุดปากพูดอะไรที่แก้ไขไม่ได้ และทำให้การสอบสวนเป็นไปตามเกมที่ควรจะเป็น
“อย่าเสียน้อยเสียยาก… ยอมลงทุนจ้างทนายมืออาชีพไปนั่งเป็นเพื่อน ดีกว่าต้องไปนั่งคนเดียวในเรือนจำครับ”

