
ไขข้อข้องใจ: คดีทุจริต “รอลงอาญา” ได้หรือไม่?
เมื่อมีข่าวคดีทุจริต หลายคนมักตั้งคำถามว่า ผู้กระทำผิดมีสิทธิ์รอดคุกโดยศาลสั่งให้ “รอลงอาญา” (รอการลงโทษ) ได้หรือไม่?
คำตอบสั้น ๆ คือ: “ในทางกฎหมายสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติและบรรทัดฐานของศาลนั้น ทำได้ยากมาก”
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราสามารถแบ่งประเด็นออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ครับ
1. มุมมองทางกฎหมาย (ทำไมถึงทำได้?)
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ศาลมีอำนาจสั่ง “รอลงอาญา” ให้จำเลยไม่ต้องเข้าเรือนจำได้ หากเข้าเงื่อนไขหลัก 2 ข้อ คือ:
- โทษจำคุกที่ศาลตัดสิน “ไม่เกิน 5 ปี” (เช่น ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี หรือ 4 ปี เป็นต้น)
- จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน (หรือเคย แต่เป็นความผิดเล็กน้อยหรือทำโดยประมาท)
ดังนั้น หากคดีทุจริตนั้น ศาลพิจารณาแล้วตัดสินลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีนั้นก็เข้าเงื่อนไขที่ “สามารถ” สั่งรอลงอาญาได้ตามตัวอักษรของกฎหมาย
2. มุมมองในทางปฏิบัติ (ทำไมถึงไม่ค่อยรอลงอาญา?)
แม้กฎหมายจะเปิดช่องไว้ แต่การที่ศาลจะพิจารณารอลงอาญาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ดุลพินิจของศาล ซึ่งที่ผ่านมา ศาลฎีกามักมีบรรทัดฐานในคดีทุจริตต่อหน้าที่ (โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ) ว่า “ไม่ควรรอลงอาญา” ด้วยเหตุผลต่อไปนี้:
- พฤติการณ์ร้ายแรง: การทุจริตเงินหลวงส่งผลกระทบต่อส่วนรวมและประเทศชาติอย่างมหาศาล
- ทำลายความไว้วางใจ: ผู้ทำผิดมักมีตำแหน่งหน้าที่ที่ประชาชนไว้ใจให้ดูแลผลประโยชน์ แต่กลับฉวยโอกาสนั้นเสียเอง
- ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู: ศาลมักมองว่าคดีประเภทนี้ต้องลงโทษให้หลาบจำ เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ข้อยกเว้นมีหรือไม่? อาจมีอยู่บ้างในกรณีที่ความผิดนั้นเล็กน้อยจริง ๆ (เช่น ยอดเงินน้อยมาก) และผู้กระทำผิดสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง พร้อมทั้งนำเงินมาคืนหลวงจนครบถ้วนตั้งแต่เนิ่น ๆ ประกอบกับมีเหตุบรรเทาโทษอื่น (เช่น ป่วยหนัก หรือชราภาพมาก) ศาลอาจพิจารณารอลงอาญาเป็นรายคดีไป แต่ถือว่าเกิดขึ้นน้อยมาก
อีกมุมหนึ่งที่สำคัญในทางคดี คือ บทบาทของทนายความ
แม้คดีทุจริตจะเป็นคดีที่ศาลมักลงโทษอย่างเข้มงวด แต่หน้าที่ของทนายความ ไม่ใช่การสนับสนุนการทุจริต หากแต่เป็นการคุ้มครองสิทธิของจำเลยตามกระบวนการยุติธรรม และช่วยเสนอข้อเท็จจริงหรือเหตุบรรเทาโทษต่าง ๆ ต่อศาลอย่างเต็มที่
ในทางปฏิบัติ ทนายความจึงมักพยายามรวบรวมเหตุบรรเทาโทษ เช่น
- จำเลยให้การรับสารภาพ
- ชดใช้เงินหรือคืนทรัพย์แก่รัฐครบถ้วน
- ไม่เคยต้องโทษมาก่อน
- มีภาระครอบครัวหรือปัญหาสุขภาพ
- มีประวัติการทำงานรับราชการที่ดีมาโดยตลอด
- ความเสียหายเกิดขึ้นไม่มาก หรือไม่ได้เกิดจากเจตนาทุจริตร้ายแรง
เพื่อขอให้ศาลใช้ดุลพินิจลดโทษ หรือหากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ก็ขอให้ศาลพิจารณา “รอการลงโทษ” เป็นรายกรณี
ทั้งนี้ การที่ทนายความต่อสู้เพื่อให้ลูกความได้รับโทษเบาลง หรือได้รับการรอลงอาญา ถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสิทธิในการต่อสู้คดี และหลักกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม มิใช่การทำให้การทุจริตเป็นเรื่องถูกต้องแต่อย่างใด
